เรื่องเล่าจาก 101ไทยหลังอาน
คราดึกสงัดของคืนเดือนมืด ณ ราตรีหนึ่ง กระท่อมน้อยหลังคามุงด้วยหญ้าแฝกที่เก่าผุ ตั้งอยู่ท้ายสวนที่อยู่ห่างไกลชุมชนเมืองออกมา เสียงเห่ากรรโชกของเจ้าโจ๊กหลังอานสีน้ำตาลแดงตัวเขื่องเพศผู้กับเจ้าหงุมหงิมหลังอานเพศเมียมีสีดำตัวเป็นมันเงาวาวขลับดูเด่นมีเสน่ห์สวยงาม รูปทรงร่างกายจะเล็กกว่าเจ้าโจ๊กหน่อยแต่ดูปราดเปรียวเป็นยิ่งนัก ซึ่งข้าพเจ้านำเจ้าหลังอานมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนข้างกาย เพื่อนตายที่อยู่เบื้องต่ำอยู่สองตัว เสียงเห่ากรรโชกของเจ้าโจ๊กกับหงุมหงิมยังเห่าดังกันเป็นระยะๆ เหมือนมันดังอยู่ข้างหูนี่เอง ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลไปจากตัวกระท่อมน้อยซ่อมซอหลังคามุงด้วยหญ้าคาที่ผ่านแดดผ่านฝนมาแล้ว 2 ฤดู เสียงเห่าของพวกเจ้าหลังอานมันยังคงดังอยู่ข้างๆ หูอยู่รายรอบตัวกระท่อมน้อยไม่ไปไหนไกลนัก บางที่ก็เคลื่อนตัวเข้ามาเห่ากรรโชกอยู่ใกล้ๆ นี่เอง
ด้วยความงัวเงียง่วงนอนจากการงานที่เหนื่อยเมื่อยล้าจากไร่สวนเมื่อตอนกลางวัน ทำให้ข้าพเจ้าไม่ค่อยอยากไปสนใจเท่าไรนัก ได้แต่คิดไปว่ามันคงเห่าพวกชาวบ้านละแวกนี้ ที่ออกมาหาจับปูจับปลาหรือส่องกบส่องตุ๊กแกในยามค่ำคืนกัน ซึ่งแล้วแต่จะหาได้เดินผ่านเฉียดไร่สวนเราไป แต่เสียงเห่ากรรโชกดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นทอดระยะเวลายาวนานขึ้นไม่ยอมหยุดสักที ข้าพเจ้าก็ต้องเอะใจขึ้นมาในบันดลหรือว่าจะมีคนเข้าสวนมาขโมยจับปลาในบ่อหรือจะมาขโมยไก่ในเล้า หรือสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่จะคว้าจับเอาไปได้ ซึ่งมันก็มักจะเคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนหน้าที่จะมีเจ้าโจ๊กกับเจ้าหงุมหงิมมาอยู่เป็นเพื่อนเฝ้าสวนกับข้าพเจ้าเสียอีก แต่พอเจ้าหงุมหงิมโตขึ้นหน่อยพอดูน่ากลัวน่าเกรงขามเหตุการณ์ลักษณะนี้ก็ดูจะไม่เกิดขึ้นอีก ก็คงเป็นเพราะขโมยมันคงกลัวหมากัดเอานั้นเอง
เอ้ แต่คืนนี้ทำไมเจ้าโจ๊กกับเจ้าหงุมหงิมถึงได้เห่ากรรโชกเสียงดังไม่ยอมหยุด ดูมันนานผิดปกติไปแล้วนะ ฟังดูสำเนียงเสียงเห่าของเจ้าโจ๊กกับเจ้าหงุมหงิมก็ดูแปลกผิดปกติไปกว่าทุกครั้งด้วย บ้างที่ก็ได้ยินเสียงร้องเอ๋งๆ มาบางเป็นครั้งคราวเหมือนโดนทำร้าย หรือขโมยเข้ามาจริงๆ มันคงอยากลองดีกับข้าพเจ้าเข้าให้แล้ว ข้าพเจ้าได้แต่คิดเช่นนั้น “พลางคิดอยู่ในใจขนาดกูนอนอยู่ที่นี่มึงยังจะกล้าเข้ามาลักขโมยกันอยู่อีกหรือว่ะ” ข้าพเจ้าต้องจำใจงัวเงียลุกขึ้นจากที่นอนเสื่อผืนหมอนใบอันแสนอบอุ่น ด้วยความเดือดดาลทึ่ต้องจำใจลุกขึ้นมากลางดึก พร้อมกับรำพึงเบาๆ ถามเจ้าหลังอานทั้งสองตัวออกไปว่า โจ๊กหงุมหงิมเห่าใครกันว่ะ พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้า .22 สมิธแอนด์เวสสัน ลูกโม่ที่เอามาจากบ้านที่อยู่ในเมืองเพื่อไว้ป้องกันตนเองจากขโมยขโจรในยามฉุกเฉิน ที่ต้องมานอนเฝ้าไร่เฝ้าสวนคนเดียวกลางท้องทุ่งนาในที่เปลี่ยวๆ
ข้าพเจ้าลุกขึ้นมาจากเตียงแคร่กับเสื่อผืนหมอนใบที่เป็นที่นอนอันแสนสุขได้ก็มัดเตี่ยว(กางเกงขาก๋วยแบบสั้นยาวแค่เข่า)ให้กระฉับพร้อมคว้าเจ้า .22สมิธแอนด์เวสสัน ลูกโม่ให้กระฉับอยู่ในมือพร้อมที่จะทำงานได้ทันทีที่เห็นใครลุกล้ำเข้ามาในเขตไร่สวนในยามค่ำคืน พอก้าวออกมาจากกระท่อมได้ข้าพเจ้าก็พยายามกวาดสายตาไปรอบบริเวณเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความมืดแต่ก็รู้สึกจะเห็นอะไรได้ไม่ถนัดนัก เพราะความมืดมิดของคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์แม้แต่แสงดาวกระพริบก็ยังไม่มีมาให้เห็น ข้าพเจ้าก็ได้แต่เรียกหาเจ้าโจ๊กและหงุมหงิม ที่ยังได้ยินแสียงเห่ากรรโชกเหมือนกำลังชุลมุนกับอะไรสักอย่างที่อยู่ห่างออกไปจากหัวกระท่อม 4-5 เมตร ข้าพเจ้าได้เอี่ยวตัวหลบเข้าไปในมุมมืดของตัวกระท่อมและพยายามแอบมองรอดออกไปเพื่อที่จะได้เห็นตัวบุคคลที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของเรา พลางคิดไปว่าขโมยมันคงรู้ตัวแล้วล่ะว่าเราตื่นขึ้นมาแล้วมันคงจะแอบดูเราอยู่ตรงไหนสักแห่งเหมือนกันแน่ๆ
ทั้งที่เราพยายามมองหาแหล่งที่มันจะซุ่มซ่อนตัวของคนที่บุกรุกเข้ามา มองยังไงก็มองหาไม่เห็นสิ่งผิดปกติ เรียกหาเจ้าโจ๊กกับเจ้าหงุมหงิมก็ยังไม่เห็นกลับมา ปกติพวกนี้มันจะรู้เวลาเรียกมันมาพวกมันก็จะมาครางหงิงๆ ทำตัวดี๊ด๋าหูที่ตั้งๆ ก็ลูบลงแกว่งหางอยู่ไปมารอบๆ ตัวเราแล้วนี่ หรือเวลาเราลุกจากที่นอนพวกมันก็มารายงานตัวกันแล้ว
นี่เรียกหาพวกมันตั้งครั้งสองครั้งแล้วก็ยังไม่มา ข้าพเจ้าก็ได้แต่กวาดสายตาพยายามมองหาสิ่งผิดปกติและมองหาเจ้าโจ๊กและเจ้าหงุมหงิมว่าอยู่แห่งหนตำบลใด แม้จะได้ยินเสียงพวกมันอยู่ไม่ไกลนักแต่ก็มองไม่เห็นตัว ถ้าเป็นคืนวันเพ็ญ เพียงแค่มองออกไปกลางทุ่งยังงี้ก็มองเห็นได้หมดไม่ต่างจากตอนกลางวันเท่าใดนัก แต่คืนนี้มันช่างอับแสงเสียจริงๆ มองออกไประยะไม่เกินสิบเมตรก็มองไม่เห็นสะแล้ว ข้าพเจ้าได้แต่แอบซุ่มดูอยู่เงียบๆ ไม่อยากเดินออกไปที่โล่งเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นเราได้ชัดเจนเหมือนกัน เสียงเจ้าโจ๊กเจ้าหงุมหงิมเงียบไปแล้วนี่ “โจ๊ก หงุมหงิม” ข้าพเจ้าเรียกมันเบาๆ ไปอีกครั้งหนึ่งสักพักพวกมันก็ร้องหงิงๆ เข้ามาเค้าคลออยู่ไม่ห่าง “โจ๊ก หงุมหงิมพวกแกเห่าอะไรกันว่ะ” ข้าพเจ้าคุยกับพวกมันเบาๆ เหมือนยังกับว่ามันจะรู้เรื่องรู้ภาษากับข้าพเจ้านี่แหละ พลางสายตาก็สอดส่องไปรอบๆ บริเวณเพื่อหาสิ่งผิดปกติจากผู้บุกรุกด้วยอารมณที่ยังคุกกรุ่นอยู่ด้วยอารมณ์โมโหที่คิดว่าพวกขโมยมันคิดยังไงถึงได้กล้าดีมาบุกรุกและขโมยของ ขนาดมันรู้ว่ามีคนมานอนเฝ้าไร่สวนอยู่ พอพวกเจ้าหลังอานมาอยู่ใกล้ๆ ก็ใจชื่นขึ้นหน่อยว่าเราคงจะไม่โดนรอบทำร้ายเอาได้ง่ายๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ลุกขึ้นก้าวเดินออกไปสำรวจตรวจตราในที่โล่งๆ เพื่อมองหาสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาถึงทำให้เจ้าโจ๊กกับเจ้าหงุมหงิมเห่าอยู่ได้เป็นนานสองนาน โดยมีเจ้าโจ๊กกับเจ้าหงุมหงิมเดินตามหลังและวิ่งออกหน้าอยู่ไม่ห่าง พลางร้องหงิงปัดหน้าปัดตาอยู่ไปมา ด้วยความมืดมิดมองอะไรเห็นไม่ค่อยเห็นถนัดนัก ก็ไม่ได้เห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพวกเจ้าหลังอานเท่าไร เมื่อเดินดูหาสิ่งผิดปกติแปลกปลอมที่ลักลอบเข้าก็ไม่เห็น ก็ได้แต่คิดในใจว่าขโมยมันคงหลบลี้หนีหน้าหายไปแล้วล่ะเมื่อเราตื่นขึ้นมา
เมื่อคิดได้ดังนั้นและไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆ เป็นที่ระแวงได้อีกก็ได้กลับมายังกระท่อมน้อยที่เป็นรังนอนอันอบอุ่น โดยมีเจ้าโจ๊กกับเจ้าหงุมหงิมเดินตามหน้าตามหลังโดยปัดหูปัดตาตามมาตลอดทางข้าพเจ้าก็ไม่ได้สังเกตหรือใส่ใจอะไรพวกมันมากนัก เมื่อถึงเตียงแคร่ก็ล้มตัวลงนอนด้วยความเพลียจากงานเมื่อตอนกลางวัน หลับลงอย่างสนิทอีกครั้ง
ตื่นขึ้นมากับเช้าตรู่ที่สดใสกับบรรยากาศกลางทุ่งที่สดชื่นเป็นประจำเหมือนเช่นทุกวัน เหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเลยเมื่อคืนนี้ ข้าพเจ้าเดินไปหยิบกระบวยตักน้ำจากโอ่งดินเผาที่อยู่ข้างๆ กระท่อมมาล้างหน้าล้างตาบ่วนปากแปลงฟันก็ให้ผิดสังเกตเช้านี้เจ้าโจ๊กกับเจ้าหงุมหงิมไม่เห็นยักเข้ามาคลอเคลียร้องหงิงอย่างดี๊ด๋าตามตูดอย่างเช่นทุกวันเมื่อเราก้าวลงจากที่นอน ข้าพเจ้าหยิบเอาผ้าขาวม้าที่ผาดอยู่ราวกระท่อมมาเช็ดหน้าเช็ดตาแห้งดีแล้วก็ได้มองหาพวกเจ้าหลังอานและเรียกหา “โจ๊ก หงุมหงิม” ได้ยินแต่เสียงตอบรับหงิงๆ เสียงหางที่ปัดแกว่งไปมาตีดินอยู่เสียงดังปับๆ ขนเงาดำเป็นเงามันขลับมองเห็นอยู่ห่างไปประมาณ 5-6 เมตร เจ้าหงุมหงิมนอนร้องครางหงิงๆ ไม่ยอมลุกขึ้นมาหาเช่นทุกวัน ก็ได้ร้องถามออกไป “แกเป็นอะไรไปว่ะหงุมหงิม เจ้าโจ๊กละหายไปไหน” พลางเดินเข้าไปหา “อ้าวเจ้าโจ๊กนอนหลบอยู่นี่เองวันนี้พวกแกเป็นอะไรกันว่ะ” เจ้าโจ๊กนอนร้องครางหงิงตีหางกับดินอยู่พลับๆ ก็ไม่ยอมลุกขึ้นมาเหมือนกัน “อ้าวพวกแกเป็นอะไรกันไปหมดว่ะวันนี้”ข้าพเจ้าเดินเข้าไปใกล้พวกเจ้าหลังอานก็ให้ตกใจขึ้นมาเมื่อเห็นสองตาของเจ้าหงุมหงิมเจ้าโจ๊กตาปิดบวมเป่งมีน้ำตาไหลออกมาเรื่อยๆ และก็ร้องครางหงิงๆ เอาเท้าหน้าปัดไปปัดมาที่ดวงตาข้าพเจ้าพรึ่มพร่ำขึ้นมาเบาๆ “พวกแกเป็นอะไรกันว่ะนี่” แล้วก็รีบกู่เข้าหาเจ้าหงุมหงิมก่อนเพื่อน เพราะเจ้าหงุมหงิมนี่ข้าพเจ้าเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กๆ ส่วนเจ้าโจ๊กนั้นพึ่งมาอยู่ตอนตัวเต็มวัยนี่เองเพื่อให้มาเป็นคู่ให้กับเจ้าหงุมหงิม และดูเหมือนเจ้าหงุมหงิมจะอาการหนักกว่าเจ้าโจ๊กเสียด้วยสิ ที่ร้องครางหงิงๆ แล้วเอาเท้าปัดซ้ายทีขวาทีอยู่ที่บริเวณตาอยู่ตลอดเวลา ส่วนเจ้าโจ๊กอาการก็ดูจะไม่แตกต่างเจ้าหงุมหงิมเท่าไรแต่ดูจะนิ่งสงบและตาไม่ค่อยปิดเท่าไรยังเห็นดวงตาเป็นสีแดงๆ คล้ายตาคนที่โดนสารพิษเข้าไปจนเป็นตาสีแดงๆ บ่วมเป่งจนมีน้ำตาไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ นั้นเอง

ตอนนั้นข้าพเจ้าก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ก็ได้แต่ก้มเข้าไปดูอาการของเจ้าหงุมหงิมใกล้ๆ เห็นบริเวณตาบวมเป่งขึ้นมาเล็กน้อยและมีน้ำตาไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าก็พยายามเปิดดูเปลือกตาดูว่าเขาจะเป็นยังไงมั้ง ข้าพเจ้าเปิดยังไงก็ไม่สามารถเห็นดวงตาของเจ้าหงุมหงิมก็ทำให้เป็นที่ตกใจยิ่งนักพลางคิดอยู่ในใจว่าดวงตาของเจ้าหงุมหงิมหายไปไหนกัน พลางคิดเป็นตุเป็นตะเข้าใจว่าหรือว่าเมื่อคืนขโมยมันเข้ามาหลายคนแล้วจับเจ้าหงุมหงิมไว้ได้แล้วควักเอาดวงตาของเจ้าหงุมหงิมออกไป ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ
เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้น และให้คิดไปอีกว่าใครจะสามารถจับเจ้าหงุมหงิมได้ นอกจากคนในครอบครัวของข้าพเจ้าเท่านั้น ถ้าเป็นคนแปลกหน้าจะเข้ามาในบริเวณไร่สวนเจ้าหงุมหงิมไม่ยอมให้เข้ามาเด็ดขาดจะเห่าเตือนและจะดุคนแปลกหน้าสะด้วย แต่ก็เป็นที่แปลกใจอย่างหนึ่งเมื่อเจ้าหงุมหงิมออกไปเที่ยวนอกพื้นที่ก็จะไม่ไปเกเรหรือดุก้าวร้าวต่อใครๆ แต่เข้ามาบริเวณสวนละเป็นไม่ได้คนที่จะมาหาหรือมีธุระปะปังก็ต้องเรียกร้องข้าพเจ้าอยู่หน้าสวนไกลๆ โน้นแหละ หรือได้ยินเสียงเห่าของพวกเจ้าหลังอานเราก็จะรู้เองว่ามีแขกมาเยือน แต่ถ้าใครเคยมาอย่างพรรคพวกเพื่อนฝูงเคยมาครั้งหนึ่งแล้วก็จะไม่มีปัญหาใดๆ จะได้รับการต้อนรับอย่างดีใจจากเจ้าโจ๊กเจ้าหงุมหงิมเสียอีก ทำให้เห็นสิ่งที่น่าเชื่อถือของหมาไทยอีกอย่างหนึ่งคือลักษณะการเฝ้าบ้านเฝ้าเรือนเหมือนเขาจะรู้ได้โดยตัวของเขาเองว่าพื้นที่หรือบริเวณที่อยู่อาศัยของเจ้าของบ้านมันต้องรักษาและหวงแหนเหมือนเป็นอาณาจักรของเขาเอง คนแปลกหน้าจะเข้ามาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาด ก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากเจ้านายของมันเสียก่อน ถึงจะเป็นที่ยินยอม นี่เป็นลักษณะพิเศษของหมาไทย
เมื่อข้าพเจ้าเข้าใจว่าเจ้าหงุมหงิมโดนควักลูกตาออกไป ก็ให้คิดต่อไปอีกว่าพวกขโมยขโจรเหล่านี้ช่างมีความชำนาญในการต่อสู้กับหมาโดยแท้ ขนาดสามารถควักลูกตาออกจากสุนัขไปได้ ข้าพเจ้าพยายามคิดหาเหตุผลอื่นมาแย้งว่ามันน่าจะเกิดจากสาเหตุอื่นได้ยังไงก็คิดไม่ออก ก็ได้แต่เข้าใจว่าเจ้าหงุมหงิมคงเสียดวงตาและตาบอดไปแล้วเพราะพวกขโมยบุกรุกเข้ามาเมื่อคืนนี้ ด้วยความระคนโกรธแค้นพวกขโมยที่กล้าเข้ามาบุกรุกไร่สวนของข้าพเจ้าในยามค่ำคืนและยังทำร้ายสัตว์เลี้ยงของเราอีก ก็ได้แต่ภาวนาว่าคืนนี้ให้พวกขโมยเข้ามาอีกเถอะข้าพเจ้าจะได้เอาลูกปืนให้มันกินซะบ้างจะได้รู้รสชาติเข็ดราบเสียมั้งจะได้รู้เสียทีว่าใครเป็นใคร เป็นอันว่าเช้านี้ข้าพเจ้าอารมณ์จะไม่ค่อยแจ่มใสนักเสียแล้วเช้านี้
พอดูเจ้าหงุมหงิม เจ้าโจ๊กแล้วก็ไม่รู้วิธีแก้ไขเยี่ยวยายังไง เพราะคิดว่าสาเหตุคงเกิดจากพวกเจ้าโจรขโมยที่บุกรุกเข้ามาเมื่อคืนนี้เป็นแน่แท้ ข้าพเจ้าได้เดินเลี่ยงออกมาเพื่อไปทำงานตามกิจวัตรประจำวัน ดูผลผลิตที่ข้าพเจ้าได้เพาะปลูกเอาไว้ ไปนั่งเอากล้าไม้ใส่กระบอกพลาสติกเพื่อให้กล้าไม้แข็งแรงแล้วจะได้ทำการย้ายปลูกต่อไป แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องครางหงิงๆ ด้วยความเจ็บปวดของเจ้าโจ็กและเจ้าหงุมหงิมอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเหลือบมองไปเหลียวดูก็จะเห็นพวกเจ้าหลังอานใช้เท้าปัดซ้ายปัดขวาบริเวณหน้าตาอยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าได้แต่ถอนหายใจระคนเคืองโกรธเจ้าพวกขโมยที่เข้ามาบุกรุกเมื่อคืนพลางคิดและทำงานไปด้วยพวกนี้มีความชำนาญในการจัดการกับหมาได้ด้วย ดูจะไม่ธรรดาเสียแล้ว
- หน้าบ้านไทยหลังอาน
- การมองหาเจ้าหลังอานมาเลี้ยง
- กว่าจะได้เกิดมา
- การดูแลลูกสุนัขแรกเกิด
- ลักษณะอุปนิสัยของสุนัข
- การเริ่มต้นทึ่จะฝึกลูกสุนัข
- การผสมพันธุ์ของสุนัขไทยหลังอาน
- การฝึกเจ้าหลังอานสู่สนามประกวด
- พาเจ้าหลังอานเข้าสู่สนามประกวดได้อย่างไร
- การแก้ไขสุนัขที่ตื่นกลัว
- มาตรฐานสายพันธุ์สุนัขไทยหลังอาน
- วิธีการช่วยเจ้าหลังอานให้หูตั้งเร็ว
- การพัฒนาพันธุ์ของสุนัขไทยหลังอาน
- หมู่บ้านไทยหลังอาน
- มารู้จักเจ้าหลังอานกันเถิด
- กายวิภาคของสุนัขไทยหลังอาน
- วิธีป้องกันและแก้ไขเจ้าหลังอานที่นิสัยเสีย
- การฝึกเจ้าหลังอานและการลงโทษอย่างไรให้ได้ผล
- เจ้าหลังอานไล่แย้
- เรื่องเล่าจาก 101ไทยหลังอาน
- กระดานสนทนาบ้านไทยหลังอาน